ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดินหน้าคุมเข้มการกำกับดูแลผู้ให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) ประกาศชุดกฎระเบียบใหม่เพื่อคุ้มครองผู้ใช้และสกัดความเสี่ยงต่อระบบการเงินดิจิทัล ในการแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ ธปท. กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2025 ผู้ว่าการธปท. แถลงแนวทางและกรอบเวลาการบังคับใช้
ใคร-ทำอะไร-ที่ไหน-เมื่อไหร่: ธนาคารแห่งประเทศไทย โดย ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ (ผู้ว่าการ ธปท.) แถลงมาตรการกำกับผู้ให้บริการ E-Wallet ที่อาคารสำนักงานใหญ่ ธปท. กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2025 โดยระบุว่าจะประกาศหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์และเริ่มบังคับใช้บางมาตรการตั้งแต่ 1 มกราคม 2026
ภาพรวมมาตรการใหม่ (สรุปหัวข้อสำคัญ)
- การลงทะเบียนและการรู้จักลูกค้า (KYC) ที่เข้มงวดขึ้น: ผู้ให้บริการต้องยกระดับกระบวนการยืนยันตัวตนและตรวจสอบลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและการฉ้อโกง
- เพดานยอดเงินคงเหลือและวงเงินธุรกรรม: กำหนดวงเงินถือครองสูงสุดและจำกัดวงเงินการโอนสำหรับบัญชีที่ยังไม่ผ่าน KYC เต็มรูปแบบ
- สำรองเงินและระบบบริหารสภาพคล่อง: ผู้ให้บริการที่รับฝากเงินของลูกค้าต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การแยกบัญชีเงินลูกค้าและรักษาสภาพคล่องบางส่วนตามเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนด
- มาตรฐานความปลอดภัยด้านไอทีและการเข้ารหัส: กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำด้านความปลอดภัย (รวมถึงการตรวจสอบช่องโหว่และการทดสอบเจาะระบบตามรอบเวลา) เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลและการโจมตีทางไซเบอร์
- การรายงานเหตุการณ์และการเปิดเผยข้อมูล: ผู้ให้บริการต้องมีระบบแจ้งเหตุการณ์ความปลอดภัยต่อ ธปท. ภายในกรอบเวลาที่กำหนดและเปิดเผยข้อมูลสำคัญต่อผู้ใช้
- การขออนุญาตและการกำกับดูแลภายใต้ พ.ร.บ. ระบบการชำระเงิน: ย้ำบทบาทของ พ.ร.บ. ระบบการชำระเงิน ในการกำหนดประเภทการอนุญาตและการบังคับใช้บทลงโทษ
คำกล่าวจากผู้ว่าการ: ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ กล่าวว่า “การขยายตัวของการชำระเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์เป็นปรากฏการณ์ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็สร้างช่องทางใหม่ของความเสี่ยง ธปท. จะออกเกณฑ์ที่สร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค” และระบุว่าการบังคับใช้จะยืดหยุ่นในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อให้ผู้ให้บริการมีเวลาปรับระบบ
กรอบเวลาและการบังคับใช้: ธปท. แจ้งว่าจะออกประกาศเป็นขั้นตอน โดยมาตรการด้านความปลอดภัยด้านไอทีและการรายงานจะเริ่มมีผล 1 มกราคม 2026 ขณะที่ข้อกำหนดด้านการสำรองเงินและการขออนุญาตเต็มรูปแบบจะมีกรอบเวลาเปลี่ยนผ่าน 6–12 เดือน ขึ้นกับขนาดและลักษณะการให้บริการของผู้ประกอบการ
ผลกระทบต่อผู้ใช้งาน
- ผู้ใช้ต้องเตรียมตัวยืนยันตัวตนเพิ่มเติม (KYC) เพื่อยกเลิกข้อจำกัดวงเงิน
- ความปลอดภัยโดยรวมของบริการ E-Wallet ควรดีขึ้นจากมาตรฐานด้านไอทีที่เข้มขึ้น
- อาจมีการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมหรือเงื่อนไขการให้บริการในระยะสั้น หากผู้ให้บริการปรับระบบและต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบเพิ่มขึ้น
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ
- ผู้ให้บริการขนาดเล็กอาจต้องเผชิญต้นทุนในการปรับระบบเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยและข้อกำหนดสำรองเงิน
- ผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามอาจถูกจำกัดการดำเนินงานหรือเพิกถอนใบอนุญาตภายใต้ พ.ร.บ. ระบบการชำระเงิน
- การเปิดเผยข้อมูลและการรายงานเหตุการณ์จะเพิ่มความโปร่งใสแต่ต้องเตรียมระบบบริหารความเสี่ยงและการตอบสนองฉุกเฉิน
คำถามยอดนิยม — E-Wallet ปลอดภัยไหม
โดยสรุป: การประกาศมาตรการของ ธปท. มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของ E-Wallet โดยรวม หากผู้ให้บริการปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด ผู้ใช้จะได้รับการคุ้มครองและความเสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูลหรือเงินจะลดลง อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรตรวจสอบสถานะการรับรองของผู้ให้บริการ อ่านเงื่อนไขการให้บริการ และเปิดใช้งานมาตรการป้องกันส่วนบุคคลเช่น การตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรงและการเปิดใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน
บทบาทของ พ.ร.บ. ระบบการชำระเงิน และ ธปท.
ธปท. ระบุชัดเจนว่าแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับอำนาจตาม พ.ร.บ. ระบบการชำระเงิน ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายหลักสำหรับการกำกับผู้ให้บริการการชำระเงิน โดยรวมถึงการออกใบอนุญาต การกำหนดมาตรฐานและบทลงโทษสำหรับการฝ่าฝืน
ขั้นตอนถัดไปและคำแนะนำ
- ผู้ให้บริการ: ตรวจสอบข้อกำหนดฉบับสมบูรณ์เมื่อ ธปท. ประกาศและเริ่มแผนปรับปรุงระบบภายในกรอบเวลาที่กำหนด
- ผู้ใช้: ติดตามประกาศของผู้ให้บริการ E-Wallet ที่ใช้งานอยู่ อัพเดตข้อมูลประจำตัว และใช้มาตรการความปลอดภัยพื้นฐาน
- ผู้ประกอบการขนาดเล็กและสตาร์ทอัพ: พิจารณาการร่วมมือกับผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตหรือใช้บริการจากบริษัทที่มีมาตรฐานการกำกับดูแลรองรับ
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดรับฟังความคิดเห็น (public consultation) สำหรับร่างข้อกำหนดในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยจะเปิดให้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคส่งข้อเสนอแนะ ก่อนจะประกาศข้อกำหนดฉบับสมบูรณ์ในไตรมาสแรกของปี 2026
หมายเหตุ: รายละเอียดบางส่วนเป็นไปตามกรอบนโยบายที่ ธปท. ระบุในการแถลงข่าวและเอกสารร่างที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ผู้ใช้บริการควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก ธปท. และผู้ให้บริการ E-Wallet เพื่อข้อมูลเชิงลึกและการปฏิบัติตามข้อกำหนด
